Make your own free website on Tripod.com
เศรษฐกิจ
รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนในจังหวัด

จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2545 ของสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาพบว่า
ครัวเรือนในจังหวัดมีทั้งสิ้น 59,696 ครัวเรือน เมื่อพิจารณาตามสถานะทางเศรษฐสังคมของครัวเรือน พบว่า ครัวเรือนผู้ดำเนินธุรกิจส่วนตัวที่ไม่ใช่การเกษตร มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงที่สุด คือ ประมาณเดือนละ 11,348 บาท รองลงมาได้แก่ ครัวเรือนลูกจ้างและครัวเรือนผู้ไม่ได้ปฏิบัติงานในเชิงเศรษฐกิจ มีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ
12,297 บาท และ 7,367 บาท ตามลำดับ สำหรับครัวเรือนผู้ถือครองทำการเกษตรมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่ากลุ่มอื่น
คือ ประมาณเดือนละ 5,474 บาท

ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนในจังหวัด

ครัวเรือนในจังหวัดยะลา มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยประมาณเดือนละ 9,582 บาท
ต่อครัวเรือน ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภค บริโภค 8,816 บาท หรือร้อยละ 92.0 ของค่าใช้จ่าย
ทั้งสิ้น ที่เหลืออีก 766 บาท หรือร้อยละ 8.0 เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค หากพิจารณา
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น โดยเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนตามสถานะทางเศรษฐสังคม พบว่า ครัวเรือน
ลูกจ้างมีระดับค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นต่อเดือนสูงที่สุด คือ เฉลี่ยประมาณเดือนละ 10,613 บาท รองลงมาคือ
ครัวเรือนผู้ดำเนินธุรกิจของตนเองที่ไม่ใช่การเกษตรและครัวเรือนผู้ไม่ได้ปฏิบัติงานในเชิงเศรษฐกิจประมาณ
เดือนละ 10,226 บาท และ 7,851 บาท ตามลำดับ ส่วนครัวเรือนผู้ถือครองทำการเกษตร มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย
ต่อเดือนต่ำที่สุด คือ 7,601 บาทต่อครัวเรือน โดยภาพรวมอัตราร้อยละของค่าใช้จ่ายต่อรายได้เท่ากับ 95.6

ครัวเรือนยากจนและจำนวนหนี้สิน

จากการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2546 ปรากฎว่า ยังมีครัวเรือนที่มี
ระดับรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท จำนวน 3,677 ครัวเรือน และจากจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 59,696 ครัวเรือน
มีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนเท่ากับ 56,566 บาท โดยกลุ่มลูกจ้างผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ วิชาการและ
เสมียนพนักงานมีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนมากที่สุด จำนวน 116,210 บาท

สภาพแรงงาน

จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรระดับจังหวัด ไตรมาสที่ 3 กรกฎาคม -
กันยายน 2544 พบว่า มีกำลังแรงงานรวม 208,474 คน เป็นผู้มีงานทำ 206,278 คน ไม่มีงานทำ 2,196 คน คิดเป็นร้อยละ 1.05 ผู้มีงานทำทำงานในภาคเกษตรกรรม จำนวน 113,930 คน คิดเป็นร้อยละ 55.23 ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม จำนวน 92,349 คน คิดเป็นร้อยละ 44.77 ผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม ส่วนใหญ่
ทำงานขายส่งและขายปลีก รองลงมาทำงานโรงแรมและภัตตาคาร และงานการผลิตตามลำดับ และหากจำแนกตามระดับการศึกษาที่สำเร็จพบว่า ร้อยละ 53.64 มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา และร้อยละ 14.42 เป็นผู้ไม่มีการศึกษา


การเกษตรกรรม

การเกษตร เป็นอาชีพหลักของจังหวัดยะลา ซึ่งมีเนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตร 1,676,879ไร่
เป็นพื้นที่ทำการเกษตรจริง 1,317,987 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่นา 87,973 ไร่ พื้นที่พืชไร่ 368 ไร่
พื้นที่พืชผัก 3,810 ไร่ พื้นที่ไม้ผล ไม้ยืนต้น 155,093 ไร่ พื้นที่ยางพารา 1,043,174 ไร่ พื้นที่ไม้ดอก
35 ไร่ และพื้นที่ทำการเกษตรอื่น ๆ 27,534 ไร่ มีผู้ประกอบอาชีพการเกษตร 47,986 ครัวเรือน
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีการเพาะปลูกมากมี 3 ชนิดคือ
1. ยางพารา ในปี 2545 เนื้อที่เพาะปลูก 1,043,174 ไร่ พื้นที่ให้ผล 760,415 ไร่
ผลผลิตเฉลี่ยจำนวน 250 กก./ไร่ คิดเป็นผลผลิตรวม 189,917 ตัน ราคาเฉลี่ย 21.77 บาท/กก.
คิดเป็นเงินรวม 4,134.49 ล้านบาท
2. ทุเรียน ในปี 2545 เนื้อที่เพาะปลูก 47,568 ไร่ พื้นที่ให้ผล 29,761 ไร่
ผลผลิตเฉลี่ยจำนวน 1,111 กก./ไร่ คิดเป็นผลผลิตรวม 33,052 ตัน ราคาเฉลี่ย 10.47 บาท/กก.
คิดเป็นเงินรวม 346.05 ล้านบาท
3. ลองกอง ในปี 2545 เนื้อที่เพาะปลูก 50,214 ไร่ พื้นที่ให้ผล 24,183 ไร่ผลผลิตเฉลี่ยจำนวน
1,302 กก./ไร่ คิดเป็นผลผลิตรวม 31,490 ตัน ราคาเฉลี่ย 33.31 บาท/กก. คิดเป็นเงินรวม 1,048.93 ล้านบาท


การปศุสัตว์ ในปี 2545 ผลผลิตทางด้านปศุสัตว์อันได้แก่ โคเนื้อ กระบือ ไก่เนื้อ ไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ สุกรขุน
โคนม แพะ แกะ เป็ดเทศ และนกกระทา มีมูลค่า 739,635,618 บาท
(ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลา ปี 2545)

การประมง จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล แต่ก็มี
ทรัพยากรด้านการประมงน้ำจืดเพียงพอต่อการบริโภคภายในจังหวัดและจำหน่ายไปยังจังหวัดใกล้เคียง
ซึ่งผลผลิตการประมงจำแนกออกเป็น 2 ประเภทคือ การเพาะเลี้ยง มีผลผลิตจำนวน 196.76 ตัน และ
ผลผลิตตามธรรมชาติ จำนวน 177.18 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 14.986 ล้านบาท

อุตสาหกรรม

การประกอบกิจการโรงงานในจังหวัดยะลา (ข้อมูล ปี 2546) มีจำนวน 348 โรงงาน เงินทุนรวม 5,193,502,070 ล้านบาท แรงงานทั้งหมด 6,889 คน ส่วนใหญ่เป็นการประกอบกิจการแปรรูปไม้ยางพารา การเกษตรและก่อสร้าง โดยมีแหล่งที่ตั้งโรงงานอยู่ในเขตอำเภอเมืองยะลา อำเภอรามัน และอำเภอเบตง มากตามลำดับ

การพาณิชย์

ภาวะเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดยะลา ถึงสิ้นปี 2545 มีจำนวนผู้จดทะเบียนธุรกิจการค้า
ที่คงอยู่ในจังหวัดยะลา จำนวน 6,954 ราย ส่วนในปี 2546 (มกราคม - สิงหาคม) มีผู้จดทะเบียนธุรกิจ
การค้า รวม 297 ราย ทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 75.91 ล้านบาท มีธนาคารพาณิชย์ 19 สาขา ธนาคารออมสิน 4 สาขา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ 4 สาขา ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 1 สาขา ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและการบริการที่สำคัญได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งหอการค้าจังหวัดยะลา เมื่อปี พ.ศ. 2528 และจัดตั้ง
สภาอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2542 ย่านธุรกิจที่สำคัญของจังหวัดยะลาอยู่ในเขต
เทศบาลนครยะลา และเทศบาลตำบลเบตง ส่วนในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ มีตลาดนัดเป็นประจำทุกสัปดาห์


การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ผ่านด่านศุลกากร อำเภอเบตง มีมูลค่าสินค้าส่งออกในปี 2546
จำนวน 1,077.96 ล้านบาท มูลค่าสินค้านำเข้า จำนวน 55.24 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 1,133.20 ล้านบาท ฝ่ายไทย ได้เปรียบดุลการค้า จำนวน 1,022.72 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา
ไม้ยางพาราแปรรูป ฟองน้ำยางแท่ง/แผ่น และสินค้านำเข้าได้แก่ ดอกไม้สด ผักสด ไม้แปรรูป เชื้อเพลิง
สินค้าทุนและอื่น ๆ

การท่องเที่ยว

การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา ระหว่างปี 2542 - 2545 มีแนวโน้ม
เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2545 มีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดยะลา รวม 276,212 คน เป็นชาวไทย
89,773 คน และชาวต่างประเทศ 186,439 คน จำนวนรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2544 คิดเป็นร้อยละ 6.82
ชาวต่างประเทศที่มาเยี่ยมเยือนจังหวัดยะลา มีถิ่นที่อยู่ในทวีปเอเซีย ร้อยละ 97.84 ทวีปยุโรป ร้อยละ 1.12
ทวีปอเมริกา ร้อยละ 0.44 และมาจากโอเซียเนีย และตะวันออกกลาง ร้อยละ 0.6 จังหวัดยะลามีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2545 เป็นเงิน 694.58 ล้านบาท เป็นรายได้จากชาวต่างประเทศ
ร้อยละ 76.09 และเมื่อเปรียบเทียบรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2545 กับปี 2544 ปรากฎว่า มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.62 โดยในปี 2545 ผู้เยี่ยมเยือนในจังหวัดยะลาใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน/วัน เป็นเงิน 2,049.17 บาท จำนวนห้องพัก มีจำนวน 2,124 ห้อง ในปี 2545 โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2543 ร้อยละ 81.07 นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดยะลา มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 1.28 วัน